การเลือกตั้งประธานาธิบดีประเทศมาเลเซีย
การเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซียในวันที่ 5 พฤษภาคม นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ผลการเลือกตั้งไม่อาจคาดเดาได้ล่วงหน้า เพราะการต่อสู้ระหว่างพรรคแนวร่วมแห่งชาติซึ่งนำโดยพรรคอัมโนของนายนาจิบ ราซัก ซึ่งปกครองประเทศนับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากอังกฤษ กับพรรคภาคีประชาชน แนวร่วมฝ่ายค้านซึ่งนำโดยนายอันวาร์ อิบราฮิม ขับเคี่ยวกันอย่างสูสีขนาดที่แม้แต่ผลโพลที่เพิ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ก็ยังไม่อาจบ่งชี้ได้ว่าใครจะชนะเลือกตั้ง เพราะคะแนนนิยมที่ทั้งสองฝ่ายได้ใกล้เคียงกัน ทำให้คะแนนเสียงของประชาชนกลุ่มที่ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจจะกลายเป็นตัวชี้ขาด ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในมาเลเซียครั้งนี้มีมากถึง 13.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อน 22% โดยผู้มีสิทธิออกเสียงที่มีอายุ 21-29 ปี เพิ่มขึ้นถึง 19%
ทั้งนายนาจิบและนายอันวาร์ต่างตระเวนเดินสายหาเสียงโค้งสุดท้ายในพื้นที่บ้านเกิด โดยนายนาจิบได้ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายด้วยการออกมาเตือนว่าหากนายอันวาร์ได้รับชัยชนะจะทำให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายในประเทศ พร้อมขออำนาจเด็ดขาดในการบริหารประเทศจากประชาชน ด้านนายอันวาร์ซึ่งดูเหมือนจะได้รับความสนใจและการต้อนรับอย่างล้นหลามในทุกที่ที่ไปหาเสียงประกาศว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คือการต่อสู้กับผู้ปกครองที่กดขี่และทุจริตคอร์รัปชั่น พร้อมเตือนว่ารัฐบาลอาจหาทางขโมยชัยชนะไปจากประชาชน
เบอซีห์ แนวร่วมเพื่อการเลือกตั้งที่สะอาดและเป็นธรรมของมาเลเซีย ออกแถลงการณ์สอดรับกับข้อสังเกตของนายอันวาร์โดยระบุว่า กำลังมีความพยายามที่จะขโมยชัยชนะในการเลือกตั้งซึ่งสูสีที่สุดในประวัติศาสตร์มาเลเซียครั้งนี้ โดยเบอซีห์สามารถจับภาพการซื้อเสียงและได้รับข้อมูลร้องเรียนเป็นจำนวนมาก ว่าเจ้าหน้าที่รัฐแสดงบทบาทที่ไม่เหมาะสมและไม่เป็นกลาง ทำให้แนวร่วมฝ่ายค้านขู่ว่าจะจัดประท้วงขึ้นทั่วประเทศ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็กล่าวหาฝ่ายค้านว่าพยายามทำให้คนเคลือบแคลงการเลือกตั้งเพื่อเป็นข้ออ้างที่สร้างความชอบธรรมให้ตนเองหากแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้
รัฐบาลยังปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าขนคนไปลงคะแนนด้วยการเช่าเหมาลำเครื่องบินไปยังเมืองต่างๆ แม้ฝ่ายค้านจะอ้างว่ามีอีเมล์ที่ชี้ว่าสำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซียส่งหนังสือประสานงานขอเช่าเครื่องเหมาลำเหล่านั้น
วันเดียวกัน ซีพีเจ คณะกรรมการคุ้มครองสื่อออกแถลงการณ์ระบุว่า สื่อออนไลน์หลายสำนักในมาเลเซียซึ่งเป็นสื่อเสรีที่เป็นช่องทางเดียวที่เสนอข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่เป็นกลางกำลังตกเป็นเป้าถูกโจมตีโดยรัฐบาลเพื่อหวังจะปิดกั้นการรับรู้ข่าวสารของประชาชน ทั้งนี้ เว็บไซต์ข่าวเสรีอย่างมาเลเซียกีนี, ฮารัค อาห์เดลี, มาเลเซีย อินไซด์เดอร์, เรดิโอฟรีซาราวัก และซาราวัก รีพอร์ต ถูกโจมตีด้วย
รูปแบบที่หลากหลายในช่วงที่ผ่านมา เพื่อทำให้เว็บไซต์ข่าวเสรีเหล่านี้ไม่สามารถใช้การได้และทำให้ประชาชนไม่อาจเข้าถึงข้อมูลที่เป็นกลางระหว่างการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่รัฐบาลปฏิเสธโดยสิ้นเชิง
ทั้งนายนาจิบและนายอันวาร์ต่างตระเวนเดินสายหาเสียงโค้งสุดท้ายในพื้นที่บ้านเกิด โดยนายนาจิบได้ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายด้วยการออกมาเตือนว่าหากนายอันวาร์ได้รับชัยชนะจะทำให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายในประเทศ พร้อมขออำนาจเด็ดขาดในการบริหารประเทศจากประชาชน ด้านนายอันวาร์ซึ่งดูเหมือนจะได้รับความสนใจและการต้อนรับอย่างล้นหลามในทุกที่ที่ไปหาเสียงประกาศว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คือการต่อสู้กับผู้ปกครองที่กดขี่และทุจริตคอร์รัปชั่น พร้อมเตือนว่ารัฐบาลอาจหาทางขโมยชัยชนะไปจากประชาชน
เบอซีห์ แนวร่วมเพื่อการเลือกตั้งที่สะอาดและเป็นธรรมของมาเลเซีย ออกแถลงการณ์สอดรับกับข้อสังเกตของนายอันวาร์โดยระบุว่า กำลังมีความพยายามที่จะขโมยชัยชนะในการเลือกตั้งซึ่งสูสีที่สุดในประวัติศาสตร์มาเลเซียครั้งนี้ โดยเบอซีห์สามารถจับภาพการซื้อเสียงและได้รับข้อมูลร้องเรียนเป็นจำนวนมาก ว่าเจ้าหน้าที่รัฐแสดงบทบาทที่ไม่เหมาะสมและไม่เป็นกลาง ทำให้แนวร่วมฝ่ายค้านขู่ว่าจะจัดประท้วงขึ้นทั่วประเทศ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็กล่าวหาฝ่ายค้านว่าพยายามทำให้คนเคลือบแคลงการเลือกตั้งเพื่อเป็นข้ออ้างที่สร้างความชอบธรรมให้ตนเองหากแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้
รัฐบาลยังปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าขนคนไปลงคะแนนด้วยการเช่าเหมาลำเครื่องบินไปยังเมืองต่างๆ แม้ฝ่ายค้านจะอ้างว่ามีอีเมล์ที่ชี้ว่าสำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซียส่งหนังสือประสานงานขอเช่าเครื่องเหมาลำเหล่านั้น
วันเดียวกัน ซีพีเจ คณะกรรมการคุ้มครองสื่อออกแถลงการณ์ระบุว่า สื่อออนไลน์หลายสำนักในมาเลเซียซึ่งเป็นสื่อเสรีที่เป็นช่องทางเดียวที่เสนอข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่เป็นกลางกำลังตกเป็นเป้าถูกโจมตีโดยรัฐบาลเพื่อหวังจะปิดกั้นการรับรู้ข่าวสารของประชาชน ทั้งนี้ เว็บไซต์ข่าวเสรีอย่างมาเลเซียกีนี, ฮารัค อาห์เดลี, มาเลเซีย อินไซด์เดอร์, เรดิโอฟรีซาราวัก และซาราวัก รีพอร์ต ถูกโจมตีด้วย
รูปแบบที่หลากหลายในช่วงที่ผ่านมา เพื่อทำให้เว็บไซต์ข่าวเสรีเหล่านี้ไม่สามารถใช้การได้และทำให้ประชาชนไม่อาจเข้าถึงข้อมูลที่เป็นกลางระหว่างการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่รัฐบาลปฏิเสธโดยสิ้นเชิง
สรุปสถานการณ์
ขณะนี้คณะกรรมการเลือกตั้งมาเลเซียอยู่ระหว่างการนับคะแนน ประชาชนมาเลเซียเฝ้าติดตามนับคะแนนอย่างใกล้ชิด โดยเพราะสมาชิกแนวร่วมฝ่ายค้านหลายคนที่เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจส่งผลเปลี่ยนใหญ่หลวงต่อการเมืองมาเลเซียหลังจากที่พรรคอัมโนแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลครองอำนาจบริหารประเทศมาอย่างยาวนานถึง 56 ปี
ความสนใจของนักวิเคราะห์หลายคนอยู่ที่การคาดการณ์ผลการเลือกตั้งที่ออกมาในหลายแนว
ส่วนใหญ่เห็นว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะได้จัดตั้งรัฐบาลต่ออีกสมัย
แต่จะได้เสียงข้างมากในสภาสองในสามตามเป้าหมายยังเป็นที่สงสัย
กระแสข่าวการจับทุจริตโกงการเลือกตั้งเริ่มมีมากขึ้น มีกระแสข่าวจากฝ่ายค้านให้ระวังถูกปล้นชัยชนะการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง ดูเหมือนว่าแนวร่วมฝ่ายค้านตั้งใจจับผิดเรื่องนี้ ผู้เชี่ยวชาญบางคนให้ความเห็นว่าถ้ามีหลักฐานโกงการเลือกตั้งที่ชัดเจน
ประชาชนจะออกมาเคลื่อนไหวทันที
นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่าการเลือกตั้งในปีนี้จะเป็นการเลือกตั้งที่สูสีที่สุดนับจากที่ประเทศมาเลเซียได้เอกราช บางคนเห็นว่าหากพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้ง
หรือไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะขาด ตลาดทุนตลาดเงินมาเลเซียจะเกิดการเทขายทันที
คืบหน้าล่าสุด
(6 พ.ค.)
นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซะห์ประกาศว่าผลการนับคะแนนล่าสุดพรรคร่วมรัฐบาลบีเอ็นได้แล้ว
112 ที่นั่ง ส่วนแนวร่วมฝ่ายค้านได้ 58 ที่นั่ง เหลืออีก 52 ที่นั่งที่ยังอยู่ระหว่างการนับคะแนนซึ่งจะประกาศผลได้ในเช้าวันที่
6 พ.ค.
(BarisanNasional secures simple majority, New Straits Times)
10.45 (5 พ.ค. 9.45 เวลาไทย) คณะกรรมการเลือกตั้งประกาศผลว่าพรรคร่วมรัฐบาลบีเอ็นชนะ 32 ใน 43
ที่นั่งแล้ว (จากทั้งหมด 222 ที่นั่ง)
วิเคราะห์
จนถึงขณะที่กำลังเขียนบทวิเคราะห์นี้
ข้อมูลข่าวสารที่หลายแหล่งทั้งสื่อกระแสหลัก
สื่อโซเชียลมีเดียกำลังรายงานคืบหน้านับคะแนนอย่างต่อเนื่อง
แม้ไม่ชัดเจนว่าพรรคร่วมรัฐบาลบีเอ็นจะได้เสียงข้างมากเป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลต่ออีกสมัยหรือแนวร่วมฝ่ายค้านของนายอันวาร์
อิบราฮิมจะได้พลิกโฉมประวัติศาสตร์ ณ
ขณะนี้ค่อนข้างแน่แล้วว่าพรรคร่วมรัฐบาลบีเอ็นจะไม่ได้เสียงข้างมากสองในสามเหมือนอดีต เท่ากับพลาดเป้าหมายที่นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซะก์ต้องการอย่างเดียวคือพรรคร่วมรัฐบาลต้องกลับมาได้ที่นั่งสองในสามในสภาอีกครั้ง
สรุป ฉากทัศน์ (scenario)
1.
แนวร่วมฝ่ายค้านได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง
เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล ส่วนอดีตพรรคร่วมรัฐบาลบีเอ็นกลายเป็นฝ่ายค้าน
2.
พรรคร่วมรัฐบาลได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง
แต่ไม่ถึงสองในสามตามเป้าสามารถจัดตั้งรัฐบาลต่ออีกสมัย
3.
แนวร่วมฝ่ายค้านไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง
ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า ในฉากทัศน์แรก โฉมหน้าการเมืองมาเลเซียเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง จาก
พรรคอัมโนที่เป็นแกนนำสำคัญในพรรคร่วมรัฐบาลจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศตลอด 56
ปี
เปลี่ยนมาเป็นแนวร่วมฝ่ายค้านของนายอัลวาร์เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายขนานใหญ่
สำหรับประชาชนที่เลือกแนวร่วมฝ่ายค้านจะยินดีปรีดา แต่ระบบกลไกรัฐจะสั่นสะเทือน ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ตลาดเงินตลาดทุนบางคนเห็นว่าตลาดจะเกิดการเทขาย
เสถียรภาพสังคมอาจเกิดการสั่นคลอนอยู่พักหนึ่ง
ในฉากทัศน์ที่ 2 แม้พรรคร่วมรัฐบาลของนายกฯ
นาจิบจะได้จัดตั้งรัฐบาลต่ออีกสมัย โดยได้ที่นั่งในสภาไม่ถึงสองในสามตามเป้า
เท่ากับว่าไม่บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ คำถามคือ นายกฯ
จิบต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งนายกฯ หรือไม่ ตามอย่างที่อดีตอดีตนายกฯ อับดุลลาห์ อาหมัด บาดาวี ต้องลาออกหลังพรรคฯ
เสียนั่งจำนวนมากแก่ฝ่ายค้าน ทำให้นายนาจิบได้ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน และเป็นการตอกย้ำว่าบริบทการเมืองมาเลเซียเปลี่ยนแปลงแล้ว
ต่อไปนี้จะไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีคะแนนข้างมากเด็ดขาดในสภาเหมือนอดีตอีกต่อไป
การต่อสู้ทางการเมืองจะดุเดือดสูสีอยู่ตลอดเวลา
ส่วนฉากทัศน์ที่ 3 มีโอกาสเป็นไปได้น้อย แม้ว่าแกนนำฝ่ายค้านหลายคนจะออกมาปลุกกระแสดังกล่าว
แต่ทั้งหมดต้องมีหลักฐาน
และหากมีหลักฐานที่ชัดเจนสามารถส่งให้คณะกรรมการลือกตั้งเพื่อดำเนินการต่อตามกฎหมายได้อยู่แล้ว
นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่านายอันวาร์ อิบราฮิมปัจจุบันมีอายุ 65 ปีแล้ว
หากต้องรอเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้าซึ่งอาจจะต้องรออีก 5 ปี เมือนั้นเขาจะมีอายุ 70
ปี ในประวัติศาสตร์ประเทศมาเลเซียไม่เคยมีผู้ใดขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยวัยขนาดนั้น
การเลือกตั้งครั้งนี้นอกจากต้องดู “ผลการเลือกตั้ง”
ยังต้องดู “ผลกระทบ” หลังการเลือกตั้งด้วย
และหวังว่าจะไม่เกิดเหตุวุ่นวายหลังประกาศ “ผลการเลือกตั้ง”
นักวิเคราะห์สิงคโปร์ระบุแม้มาเลเซียชนะเลือกตั้ง แต่หากไม่พยายามเป็น 2 เท่า ความปราชัยก็อยู่แค่เอื้อม
สิงคโปร์ 6 พ.ค.-นักวิเคราะห์แห่งสถาบันนานาชาติราชารัตนัมในสิงคโปร์ ระบุแม้รัฐบาลมาเลเซียจะชนะเลือกตั้ง แต่หากไม่พยายามเป็นสองเท่า ความปราชัยก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม
นายโอ เอ ซุน นักวิเคราะห์การเมืองแห่งสถาบันราชารัตนัม กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งปรากฏสัญญาณชัดเจนว่าความเชื่อถือของประชาชนที่มีต่อพรรคแนวร่วมแห่งชาติบาริซันลดลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น นายนาจิบ ราซัค ผู้นำพรรค จะต้องเพิ่มความพยายามเป็น 2 เท่าในการกอบกู้ความมั่นใจของประชาชนกลับคืนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคเอ็มซีเอ ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่สมาชิกส่วนใหญ่เป็นเชื้อสายจีน ก็ประสบความล้มเหลวในการเลือกตั้งครั้งนี้ เช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว โดยได้รับเลือกเพียง 5 ที่นั่งเท่านั้น จากเดิม 15 ที่นั่ง ทำให้รัฐบาลผสมแนวร่วมแห่งชาติสมาชิกที่มีเชื้อสายจีนน้อยลงไปกว่าเดิมอีก
อย่างไรก็ตาม นายไครี จามาลุดดิน สมาชิกรัฐสภา และหัวหน้ากลุ่มเยาวชนอัมโน กล่าวว่า ความสามัคคีของทุกเชื้อชาติในมาเลเซียเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น จึงไม่ควรมองผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วยการเน้นไปที่เชื้อชาติและเผ่าพันธุ์



